REAL HOME CARE
1232
TH
/
EN
REAL HOME CARE
1232
TH
/
EN
Single House
Single House Viranya Wongwaen - Onnut
Semi-Detached House
Semi detached Sense Bangna - Suvarnabhumi
Semi detached Sense Saimai 56
Town Home
Townhome Stories Bangna - Suvarnabhumi
Townhome Plex Kaset - Nawamin
Townhome Stories Lamlukka - Wongwaen
Condominium
Condominium THE STAGE Mindscape RATCHADA - HUAI KHWANG
Condominium AESTIQ Thonglor
Home Office
Home Office Cascade Bangna
Blog
Company Profile
Contact Us
Top
REAL ASSET
BLOG
News
Lifestyle
Event
Trip & Trick
News
เปิดชมห้องตัวอย่างครั้งแรก THE STAGE Mindscape Ratchada - Huai Khwang 27 - 28 มี.ค. 64
DETAIL
Lifestyle
คุณบีม Healthy Blogger คนสวย ได้มาเยี่ยมชมบ้านสวยสไตล์ Modern Scandinavian โครงการ “เซนส์ บางนา - สุวรรณภูมิ”
DETAIL
Event
THE STAGE Mindscape Ratchada - Huai Khwang SOLD OUT
DETAIL
Tip&trick
HOW TO จัดบ้านสร้างสุขแบบมาริเอะ คนโดะ
DETAIL
Tip&trick
Tip&trick
DETAIL
0
773
CREATIVE IDEA FOR WALLPAPER
DETAIL
0
267
HOW TO CHOOSE YOUR INTERIOR DESIGNER
DETAIL
0
241
CHOOSING A SAFE FOR YOUR HOME SECURITY
DETAIL
0
154
10 วิธีกำจัดกลิ่นอาหารในคอนโด กลิ่นแรงแค่ไหนก็หายเกลี้ยง!
DETAIL
0
189
Preparing your home for a marriage
DETAIL
0
185
"ฮวงจุ้ยเด็ด" ทุกห้องสำคัญในบ้าน อ่านจบจัดครบได้ใช้เวลาไม่นาน
0
773
CREATIVE IDEA FOR WALLPAPER
การติดวอลเปเปอร์เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างบรรยากาศสำหรับงานตกแต่งภายใน การเลือกวอลเปเปอร์นั้นเป็นตัวกำหนด Mood & Tone ของงานออกแบบโดยรวมได้เป็นอย่างดี โดยนอกจากจะเป็นเสมือนฉากให้กับองค์ประกอบหลักหรือเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นจุดเด่นในห้องแล้ว ตัววอลเปเปอร์ยังสามารถเป็นจุดเด่นของพื้นที่ได้ ด้วยไอเดียเก๋ ๆ ดังนี้
0
267
HOW TO CHOOSE YOUR INTERIOR DESIGNER
บรรยากาศการตกแต่งภายในเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้บ้านน่าอยู่ พระเอกหรือนางเอกของงานนี้ก็คือมัณฑนากรมืออาชีพ คำถามคือจะเลือกมัณฑนากรอย่างไรให้ได้ตรงใจ และมีรายละเอียดในการทำงานร่วมกันอย่างไรให้ลงตัว ซึ่งในเรื่องนี้ก็มีข้อพิจารณาที่เจ้าของบ้านควรทราบ เพื่อให้ได้งานตกแต่งภายในที่มีคุณภาพถูกใจและสมราคา
0
241
CHOOSING A SAFE FOR YOUR HOME SECURITY
นอกจากการมีบ้านในทำเลที่ดี มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ไว้วางใจได้แล้ว การมีตู้นิรภัยเอาไว้เก็บรักษาสิ่งมีค่าและของสำคัญต่าง ๆ ก็จะยิ่งเพิ่มความมั่นใจให้มากขึ้น เรามีข้อพึงพิจารณาสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจจะซื้อ ‘ตู้นิรภัย’ มาฝากกันค่ะ
0
154
10 วิธีกำจัดกลิ่นอาหารในคอนโด กลิ่นแรงแค่ไหนก็หายเกลี้ยง!
ปัญหาเบอร์ต้น ๆ ของชาวคอนโด อพาร์ทเมนท์ และหอพักก็คงหนีไม่พ้น เรื่องกลิ่นอาหารใช่ไหมคะ เลยทำให้ไม่อยากทำอาหารกินเองเท่าไร แต่หลังจากนี้สามารถเข้าครัวทำอาหารกินเองได้อย่างสบายใจ เพราะเรามีวิธีกำจัดกลิ่นอาหารในคอนโดมาฝากแล้ว ทั้งวิธีสกัดกลิ่นไม่ให้เล็ดลอดไปห้องอื่น วิธีไล่กลิ่นออกจาก และวิธีดับกลิ่นที่จะช่วยกำจัดกลิ่นอาหารให้หมดจากห้องของเราเสียที 1. ปิดประตูและหน้าต่างให้มิดชิด - เพราะกลิ่นอาหารสามารถเล็ดลอดไปได้ทุกที่ในคอนโด ก่อนทำอาหารแนะนำให้ปิดประตูและหน้าต่างห้องอื่น ๆ ให้มิดชิดทุกบาน เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ และห้องนั่งเล่น 2. เปิดฮู้ดดูดควันช่วยไล่กลิ่น - ควรเปิดฮู้ดดูดควันทิ้งไว้ทุกครั้งขณะทำอาหาร หรือนำพัดลมมาช่วยเป่ากลิ่นออกไป หรือใช้เครื่องฟอกอากาศช่วย แต่อย่าลืมหมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศด้วยนะคะ กลิ่นอาหารถึงจะหมดไปจริง ๆ 3. แช่แข็งของสด ทิ้งของเก่า - เมื่อได้วัตถุดิบสด ๆ มาจากตลาด ควรนไปแช่ตู้เย็นทันที จะได้ไม่ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วทั้งห้อง ส่วนเศษอาหารที่เป็นขยะ ก็อย่าวางไว้ในห้องนาน ๆ ควรนำใส่ถุงพลาสติกแล้วนำออกไปทิ้งทันที 4. ส่งกลิ่นหอมไปสู้ - หากกลิ่นอาหารไม่ยอมออกไป ก็หาเครื่องหอม เช่น เทียนหอม ธูปหอม เตาน้ำมันหอมระเหย มาตั้งไว้ตามมุมต่าง ๆ แทน เพื่อใช้กลิ่นหอมกลบกลิ่นเหม็นให้หมด แต่ถ้าใครไม่อยากเสียเงิน ก็หาสมุนไพร พืชหอม หรือเปลือกส้ม มาต้มกับน้ำเปล่า เพื่อให้กลิ่นระเหยไปทั่วห้องแทนก็ได้ค่ะ 5. ใช้ตัวช่วยดูดกลิ่น - หากใช้กลิ่นหอมกลบกลิ่นเหม็นไม่หมด เปลี่ยนมาใช้ตัวช่วยดูดกลิ่นแทนก็ได้ โดยการนำน้ำส้มสายชู เบกกิ้งโซดา กากกาแฟ หรือถ่านหุงข้าว มาใส่ในถ้วยแล้วเอาไปวางไว้ตามมุมต่าง ๆ ของคอนโดแทน แต่อย่าลืมหมั่นเปลี่ยนอุปกรณ์ด้วยนะคะ เพื่อให้ประสิทธิภาพในการดูดกลิ่นคงที่ 6. ทำความสะอาดครัวหลังใช้เสร็จทันที - เพิ่มความขยันขึ้นอีกนิดก็พิชิตกลิ่นอาหารได้แล้ว ฉะนั้นหลังทำอาหารเสร็จอย่าเพิ่งทิ้งห้องครัวไปไหน รีบล้างและทำความสะอาดให้เรียบร้อย ทั้งเครื่องครัว จาน - ชาม รวมไปถึงเตาและเคาน์เตอร์ครัว เพราะยิ่งปล่อยคราบสกปรกเหล่านี้ทิ้งไว้นาน กลิ่นก็จะอบอวลอยู่ในห้องไม่หายไปสักที 7. ติดตั้งบานเฟี้ยมกั้นกลิ่น - สำหรับห้องสตูดิโอที่ไม่มีผนังหรือประตูกั้นระหว่างห้อง อาจจะใช้เปลี่ยนมาใช้วิธีติดตั้งบานเฟี้ยมแทน ไว้กั้นกลิ่นเข้าห้องขณะทำอาหาร เพราะเมื่อทำอาหารเสร็จก็ค่อยเปิดออกตามเดิม ไม่กินพื้นที่ แถมห้องยังดูเป็นสัดส่วนมากขึ้นด้วย 8. ใช้หัวหอมกำจัดกลิ่น - รู้หรือไม่ว่ากลิ่นฉุน ๆ ของหัวหอมมีประโยชน์มากนะคะ เพราะหากนำหัวหอมมาสับให้ละเอียด นำไปแช่ในถ้วยน้ำ แล้วเอาไปวางไว้กลางห้องครัว หัวหอมก็จะช่วยดูดกลิ่นและควันจากการทำอาหาร ไม่ให้ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องได้ดีเลยล่ะ 9. น้ำส้มสายชูกับขนมปังช่วยดูดกลิ่น - เริ่มจากต้มน้ำเปล่าครึ่งหม้อกับน้ำส้มสายชู 2 ถ้วยตวงจนเดือด จากนั้นนำขนมปังมาชุบลงในน้ำส้มสายชูต้มให้ชุ่มทั้งแผ่น แล้วนำขึ้นมาวางในจาน แล้วตั้งไว้มุมต่าง ๆ ของห้อง ก็ช่วยให้กลิ่นอาหารหายไปได้เหมือนกัน 10. DIY น้ำมันหอมระเหยดับกลิ่น - ใครไม่อยากเสียเงินไปกับการซื้อสเปรย์ดับกลิ่นราคาแพง DIY น้ำมันหอมระเหยใช้เองก็ได้ โดยการผสมเบกกิ้งโซดา 1 ถ้วยตวงกับน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบ 8 - 12 หยดให้เป็นเนื้อเดียวกัน เทใส่ขวดโหล เจาะรูที่ฝาขวด แล้วนำไปตั้งไว้ตามมุมต่าง ๆ เห็นแล้วใช่ไหนคะว่า การกำจัดกลิ่นอาหารในคอนโดง่ายนิดเดียว สำหรับคนที่อยู่ห้องเช่าในอพาร์ทเมนท์หรือหอพัก ก็สามารถนำวิธีเหล่านี้ไปใช้ได้เหมือนกันนะคะ รับรองว่าไม่เหลือกลิ่นอาหารกวนใจแน่นอน ที่มา : thekitchn, ohmyapt.apartmentratings, wikihow, home.kapook.com
0
189
Preparing your home for a marriage
เพราะชีวิตคู่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน การที่คนสองคนมาใช้ชีวิตร่วมกันย่อมมีหลายสิ่งที่ต้องปรับตัวเข้าหากัน การเตรียมบ้านเป็นเรือนหอจึงมีรายละเอียดสำคัญมากมายที่ไม่ควรมองข้าม การเอาใจใส่ในเรื่องเล็กๆเพื่ออีกฝ่าย คือการแสดงความรักอย่างหนึ่ง ที่จะทำให้ทุกตารางนิ้วของบ้าน ดูอบอุ่นไปด้วยความรักและช่วยเสริมสร้างความสุขในชีวิตคู่ 1. กล่องรับจดหมาย – อาจจะเป็นสิ่งเล็กน้อยที่หลายคนคิดไม่ถึง แต่การย้ายเข้ามาอยู่ร่วมบ้านกันของคนสองคนย่อมหมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ และสัญลักษณ์ที่สุดแสนโรแมนติกของการเป็นเจ้าของที่อยู่ใหม่ร่วมกัน คือกล่องรับจดหมายใบใหม่ ที่เพียงพอสำหรับเรื่องราวการติดต่อในชีวิตของคนสองคน และพร้อมที่จะขยายเป็นครอบครัวที่ใหญ่ขึ้นในอนาคต 2. ที่จอดรถ – เหตุผลส่วนใหญ่ที่คนทะเลาะกันมักเป็นเรื่องเล็กๆ เชื่อเถอะว่า พื้นที่จอดรถอันสะดวกสบายและเพียงพอสำหรับคุณและคู่ชีวิตจะช่วยลดปัญหาในการใช้ชีวิตลงไปได้มาก ถ้าจะเตรียมบ้านเป็นเรือนหอ ควรเตรียมที่จอดรถดี ๆ มีหลังคาคลุมกันแดดฝนไว้อย่างน้อยสักสองคัน 3. พื้นที่นอกบ้านและสวน – พื้นที่นอกบ้านไม่ว่าจะเป็นสวน สนาม หรือระเบียง ที่ออกแบบและจัดเตรียมให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพจะช่วยเพิ่มพื้นที่ในการใช้ชีวิตให้มีความหลากหลายและผ่อนคลายมากขึ้นกว่าการอุดอู้อยู่แต่ภายใน หากคุณมีพื้นที่สำหรับจัดสวนสวย ๆ ก็จะยิ่งทำให้ชีวิตคู่ของคุณสวยงามยิ่งขึ้น ทั้งตอนที่ออกมาหย่อนใจนอกบ้าน และตอนที่ทอดสายตาเห็นวิวดีๆออกมาจากในบ้าน 4. ห้องรับแขกและห้องนั่งเล่น – หากคุณหรือคู่ชีวิตของคุณเป็นคนชอบสังคม และมีพื้นที่บ้านเพียงพอ การมีห้องรับแขกแยกส่วนออกมาจากห้องนั่งเล่นจะช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวของแต่ละคนได้มาก ในกรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีเพื่อนฝูงหรือมีแขกมาเยือนก็จะไม่เป็นการรบกวนอีกคนหนึ่ง ส่วนห้องนั่งเล่นนั้นก็เป็นพื้นที่สำคัญที่คุณจะมีความสุขและเป็นส่วนตัวได้เต็มที่ เมื่อคุณและคู่ของคุณต้องการใช้เวลาพักผ่อนดี ๆ ร่วมกัน ควรจะมีความสะดวกสบายเตรียมไว้พร้อมสรรพ ตามรสนิยม และกิจกรรมที่ชื่นชอบทั้งของคุณและคนที่คุณรัก ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์สำหรับนั่งเล่นนอนเล่นให้เพลินใจ ชุดโฮมเธียเตอร์สำหรับคนชอบดูหนังฟังเพลง ชั้นหนังสือสำหรับคนรักการอ่าน อย่าลืมติดรูปคู่เอาไว้บนผนังและใส่กรอบสวย ๆ ไว้ชื่นชมด้วยกันล่ะ 5. ห้องครัวและห้องรับประทานอาหาร - เรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่ จงมั่นใจว่าคุณมีครัวและพื้นที่รับประทานอาหารที่ตอบสนองรูปแบบการกินของคนสองคนได้เต็มที่ เพราะคนเราชอบกินไม่เหมือนกัน หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขาดความสุขในเรื่องปากท้องก็ย่อมจะเสี่ยงต่อการกระทบกระทั่ง และขอบอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นอกจากมีพื้นที่เพียงพอ ใช้งานได้ดี และทำความสะอาดง่ายแล้ว อย่าลืมดูแลความอุดมสมบูรณ์ของห้องครัวและตู้เย็นของคุณให้พร้อมบริบูรณ์อยู่เสมอ 6. ห้องนอน – ถ้ามองข้ามโหมดโรแมนติกของชีวิตคู่ไปสู่โหมดความเป็นจริง การนอนเป็นพฤติกรรมตามธรรมชาติของมนุษย์ ซึ่งแต่ละคนจะมีนิสัยการนอนที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย ความเคยชิน การเลี้ยงดู และความชอบส่วนตัว การจัดห้องนอนให้คนสองคนหลับสบายไปด้วยกัน จะต้องเริ่มจากการเปิดใจพูดคุยกันถึงนิสัยในการนอน บางคนชอบนอนดึก บางคนชอบนอนหัวค่ำ บางคนชอบอ่านหนังสือ บางคนชอบดูทีวี บางคนชอบห้องมืดทึบ บางคนชอบไฟสว่างๆ บางคนชอบเตียงแข็ง บางคนชอบเตียงนุ่ม บางคนนอนกรน บางคนนอนดิ้น ฯลฯ สารพันรายละเอียดของการนอนนี้คือองค์ประกอบความสุขของชีวิต จึงควรหาจุดสมดุลในการใช้พื้นที่ห้องนอนและเวลานอนร่วมกันให้ได้อย่างที่ชีวิตต้องการจริงๆ อย่าหลงงมงายไปกับภาพสวย ๆ ในหนังหรือในโฆษณาทีวี เพื่อที่คุณจะได้ช่วยกันจัดสภาพแวดล้อมของการนอนให้หลับได้อย่างเป็นสุขด้วยกันทั้งคู่ 7. พื้นที่เก็บของ – ข้าวของที่ติดตัวมาของแต่ละคน บวกกับของใช้ต่างๆที่ซื้อกันเข้ามาเพิ่ม ล้วนต้องการพื้นที่จัดเก็บให้เป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม จงวางแผนเรื่องการซื้อของและพื้นที่เก็บของให้รอบคอบ เพราะนานวันไปคุณก็จะยิ่งมีสิ่งของต่างๆเพิ่มขึ้น ในการจัดเก็บสิ่งใดที่เป็นของส่วนกลาง ควรคิดถึงความสะดวกในการหยิบมาใช้ของอีกฝ่ายหนึ่งด้วย โดยให้ความสำคัญกับการติดป้ายเขียนบอกว่าอะไรอยู่ที่ไหน หรือตกลงกันไว้ให้ดีว่า คุณมีนโยบายในการบริหารและจัดเก็บสิ่งของเครื่องใช้ร่วมกันอย่างไร เพราะเวลาหาของไม่เจอนี่คือเหตุผลในการทะเลาะกันอันดับต้นๆเลยเชียว ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ 8. ห้องน้ำ ห้องส้วม และห้องแต่งตัว – ในวันที่คุณใช้ชีวิตคนเดียว พื้นที่เหล่านี้เคยเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่คุณมีความสุขและหวงแหน เมื่อต้องมาใช้ชีวิตร่วมกัน หากบ้านของคุณมีพื้นที่เพียงพอที่จะจัดแบ่งให้แต่ละคนมีพื้นที่ของการใช้ห้องน้ำห้องส้วมและห้องแต่งตัวแบบแยกส่วนก็ควรทำอย่างยิ่ง แม้จะฟังดูฟุ่มเฟือยไปหน่อย แต่เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณไม่สูญเสียความเป็นส่วนตัวในระยะยาว เพราะช่วงข้าวใหม่ปลามัน อาจจะโรแมนติกดีอยู่หรอกที่ได้แชร์พื้นที่เหล่านี้ด้วยกัน หรือกระทั่งอาบน้ำด้วยกัน (แหม...มันช่างเซ็กซี่อย่าบอกใคร) แต่ขอบอกเลยว่า พออยู่กันนาน ๆ ไปคุณอาจจะอยากได้ความเป็นส่วนตัวในห้องน้ำมากกว่าช่อดอกไม้วันวาเลนไทน์เสียอีก…เชื่อเถอะ 9. พื้นที่ทำงาน – ไม่ใช่เรื่องแปลกหากคุณอาจจะมีบางวันที่ต้องหอบงานมาทำต่อคิดต่อที่บ้าน หรือบางคนอาจจะทำงานอยู่กับบ้าน เป็นแบบ Work from home ซึ่งสมัยนี้ก็มีเยอะ พื้นที่ในการทำงานจึงมีความสำคัญ ควรเตรียมไว้ให้เป็นกิจลักษณะ มีเฟอร์นิเจอร์ครบๆ และมีอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อม แยกส่วนจากห้องนอนหรือห้องนั่งเล่นให้มีระยะห่างพอสมควร แต่ก็ไม่ถึงกับตัดขาดจากกัน เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีสมาธิและไม่ต้องอยู่ไกลจากสายตาของคนที่คุณรัก 10. พื้นที่สำหรับความความคิดสร้างสรรค์ – แม้คุณจะรักกันปานจะกลืนกิน แต่เป็นธรรมดาที่ทุกคนย่อมจะมีโลกส่วนตัวและปรารถนาพื้นที่สำหรับการใช้เวลาว่างตามลำพังบ้าง เพื่อปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการให้โลดแล่น ในมุมโปรดที่คุณและเขาสามารถแยกไปอยู่ตามลำพังแล้วรู้สึกสงบสบายใจในเวลาที่ต้องการอยู่กับตัวเอง หรือทำงานอดิเรกที่รัก (เรียกว่าเป็นมุมที่คุณ ‘อยู่คนเดียวด้วยกัน’ เหมือนเพลงพี่เบิร์ดนั่นไง) หากบ้านของคุณมีพื้นที่ให้แต่ละคนได้มีมุมสร้างสรรค์ หรือพื้นที่สำหรับโลกส่วนตัวอย่างพอเหมาะ ทั้งคุณและคนที่คุณรักก็จะไม่ต้องทิ้งบ้านของตัวเองออกไปหาความสุขที่ไหนอีก เพราะอยู่บ้านด้วยกันนี่แหละ...สุขสุด ๆ แล้ว
0
185
"ฮวงจุ้ยเด็ด" ทุกห้องสำคัญในบ้าน อ่านจบจัดครบได้ใช้เวลาไม่นาน
สำหรับบางคนเรื่อง "ฮวงจุ้ย" เป็นเรื่องสำคัญชนิดที่ว่าลืมกันไม่ได้เลยแม้แต่ห้องเดียว เราจึงรวบรวมเอาเรื่อง "ฮวงจุ้ย" ของห้องต่างๆ ในบ้าน ที่เราต้องใส่ใจมาฝากกัน เรียกได้ว่า อ่านไปจัดไปได้ครบทุกห้อง ฮวงจุ้ยห้องครัว 1.ห้องครัวห้ามอยู่ใกล้ห้องน้ำ เพราะจะทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตและยังทำให้อับโชค อีกทั้งห้องครัวยังเป็นสถานที่ทำอาหารถ้าอยู่ใกล้ห้องน้ำอาจทำให้ได้กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ลอยออกมาจากห้องน้ำ วิธีแก้ไขง่ายๆ คือหาฉากมากั้น 2.เตาไฟอยู่ใกล้หน้าต่าง เชื่อกันว่าจะทำให้คนในบ้านเจ็บป่วย ไม่มีโชควาสนา นอกจากนี้ด้วยเหตุผลที่แท้จริงก็คือถ้าลมพัดเข้ามาและเตาไฟอยู่ใกล้หน้าต่าง อาจทำให้เกิดเพลิงไหม้บ้านได้ ดังนั้นควรวางเตาไฟให้อยู่ห่างจากหน้าต่าง 3.ครัวอยู่หน้าบ้าน จะทำให้เราเก็บเงินไม่อยู่ มีแต่ความทุกข์ร้อนตลอดเวลา นอกจากนี้ในเรื่องของกลิ่นในการประกอบอาหารยังรบกวนคนข้างบ้าน อีกทั้งถ้าครัวอยู่นอกบ้านฝุ่นละอองอาจลอยมาปนหรือติดกับอาหารได้ 4.ครัวอยู่ใต้บันได เชื่อกันว่าทำสิ่งใดก็จะไม่สำเร็จ และยังมีผลกระทบเรื่องการเงิน นอกจากนี้ควันอาหารอาจลอยขึ้นไปรบกวนคนที่อยู่ด้านบนและคนที่เดินขึ้นลงบันไดได้ด้วย อีกทั้งคราบน้ำมันยังจะเกาะติดบันไดทำให้สกปรกและลื่นได้ 5.พื้นห้องครัวสูงๆ ต่ำๆ เชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของความอับโชค ทำสิ่งใดมีแต่อุปสรรค เป็นธรรมดาเมื่อพื้นในห้องครัวสูงต่ำไม่เท่ากันย่อมทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ฮวงจุ้ยห้องนอน 1.หัวเตียงนอนต้องแข็งแรง ความสูงกำลังพอดี เข้ากับฟูกหรือเบาะนอน 2.เตียงนอนควรอยู่ห่างจากประตู อาจจะตั้งอยู่ในแนวทแยงกับประตูแต่ไม่อยู่ตรงข้ามกับประตู แต่เตียงนอนควรอยู่ในตำแหน่งที่เมื่อคุณอยู่บนเตียงแล้วสามารถมองเห็นประตูได้อย่างชัดเจน 3.ผนังด้านหลังเตียงนอนสำคัญมาก เพราะมันจะช่วยเก็บรักษาพลังที่ดีและแข็งแรงไว้ให้คุณ ดังนั้นผนังที่เตียงคุณตั้งไปชิดควรเป็นแบบทึบ จากนั้นคุณก็เลือกทาสีที่เหมาะสมหรือเข้ากับเตียงนอนได้เลย 4.ความสมดุลภายในห้องนอน ถือเป็นหลักฮวงจุ้ยที่สำคัญมาก เช่นคุณควรมีโต๊ะข้างเตียงขนาบทั้งสองด้านของเตียงนอน ไม่ใช่ตั้งไว้เพียงด้านเดียว หรือถ้าไม่ใช่โต๊ะข้างเตียงก็อาจเป็นเฟอร์นิเจอร์มาตั้งเพื่อให้เกิดความสมดุล 5.พลังลื่นไหลรอบๆ เตียงนอน คุณควรมั่นใจว่าเตียงนอนของคุณไม่มีเหลี่ยมมุมแบบคมๆ ซึ่งมันคือตัวแทนของพลังชี่ที่อาจจะโจมตีคุณในขณะที่คุณนอนหลับทำให้การพักผ่อนของคุณไม่เต็มที่ 6.เตียงนอนควรอยู่ห่างจากประตู และประตูอื่นๆ เช่นประตูระเบียงห้อง ประตูห้องน้ำ แต่ถ้าเตียงนอนของคุณอยู่ในด้านเดียวกันอาจตั้งเฟอร์นิเจอร์กั้นระหว่างเตียงกับประตูก็ได้ ฮวงจุ้ยห้องรับแขก 1.ขนาดของห้องรับแขกไม่ควรเล็กหรือใหญ่จนเกินไป แต่ควรเป็นไซส์แบบพอดีๆ 2.ตั้งโซฟาตัวใหญ่ตัวหลักไว้ชิดผนัง ส่วนที่นั่งอื่นๆ วางไว้ใกล้ๆ กับหน้าต่าง 3.โทนสีที่เหมาะสำหรับห้องรับแขก ควรเป็นโทนสีแบบธรรมชาติเน้นความอบอุ่นเป็นกันเอง 4.ระดับของห้องรับแขก ไม่ควรอยู่สูงกว่าห้องรับประทานอาหาร 5.การตกแต่งห้องรับแขกควรเน้นความสดชื่น ความมีชีวิตชีวา โดยการใช้ต้นไม้ ดอกไม้ กระจก หรือปล่อยให้แสงเข้ามาในบ้านได้ 6.ห้องรับแขกต้องโล่ง โดยเฉพาะพวกของเล่นของเด็กๆ ควรเก็บให้เรียบร้อย ฮวงจุ้ยห้องน้ำ 1.โบราณห้ามสร้างห้องน้ำไว้หน้าบ้าน เพราะเป็นตำแหน่งที่ไม่เป็นมงคล ทำให้บ้านสะสมความชื้นและเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ 2.ห้องน้ำไม่ควรอยู่ในทิศที่ตรงกับประตูห้องนอนหรือห้องครัว เพราะทั้งสองห้องนี้ไม่ควรได้รับการรบกวนจากกลิ่นหรือความชื้น 3. การออกแบบห้องน้ำต้องให้มีอากาศ แสง ลมถ่ายเท เพื่อไม่ให้เกิดความชื้น กลิ่นอับ หรือเชื้อรา ซึ่งเชื่อว่าถ้าเป็นเช่นนั้นจะเป็นจุดรวมพลังไม่ดี 4.ท่อน้ำประปา ควรอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ และต้องไม่พาดผ่านห้องหรือรอยต่อห้องอื่นๆ ในบ้าน ส่วนท่อน้ำทิ้งเป็นทางผ่านของพลังลบดังนั้นไม่ควรตั้งอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็น และไม่ควรอยู่ในทิศทางที่น้ำไหลผ่านหรืออยู่ตรงประตูทางออก ที่มา : http://home.sanook.com/
<<
<
1
2
3
4
5
6
7
>
>>
เงินผ่อน
เงินกู้
บาท
ปี
%
คำนวณ
เริ่มใหม่
อัตราผ่อนต่อเดือน
บาท
บาท
ปี
%
การคำนวณนี้เป็นการประมาณยอดเงินกู้ได้สูงสุด 35% ของรายได้สุทธิ*
คำนวณ
เริ่มใหม่
อัตราผ่อนต่อเดือน
บาท
เงินกู้
บาท
Real Asset Application