REAL HOME CARE
1232
TH
/
EN
REAL HOME CARE
1232
TH
/
EN
Single House
Single House Viranya Wongwaen - Onnut
Semi-Detached House
Semi detached Sense Bangna - Suvarnabhumi
Semi detached Sense Saimai 56
Town Home
Townhome Stories Bangna - Suvarnabhumi
Townhome Plex Kaset - Nawamin
Townhome Stories Lamlukka - Wongwaen
Condominium
Condominium THE STAGE Mindscape RATCHADA - HUAI KHWANG
Condominium AESTIQ Thonglor
Home Office
Home Office Cascade Bangna
Blog
Company Profile
Contact Us
Top
REAL ASSET
BLOG
News
Lifestyle
Event
Trip & Trick
News
เปิดชมห้องตัวอย่างครั้งแรก THE STAGE Mindscape Ratchada - Huai Khwang 27 - 28 มี.ค. 64
DETAIL
Lifestyle
คุณบีม Healthy Blogger คนสวย ได้มาเยี่ยมชมบ้านสวยสไตล์ Modern Scandinavian โครงการ “เซนส์ บางนา - สุวรรณภูมิ”
DETAIL
Event
THE STAGE Mindscape Ratchada - Huai Khwang SOLD OUT
DETAIL
Tip&trick
HOW TO จัดบ้านสร้างสุขแบบมาริเอะ คนโดะ
DETAIL
News
News
DETAIL
0
196
Cool Ideas for Living Room Makeover
DETAIL
0
144
เซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ โครงการ ปาร์ค 19 เรสซิเดนซ์ จัดทำบุญประจำปี เพื่อเสริมสร้างสิริมงคล
DETAIL
0
151
BEDROOM ARRANGEMENT FOR YOUR GOOD LUCK & GOOD SLEEP
DETAIL
0
107
HOW TO BE A SUCCESSFUL REAL ESTATE INVESTOR
DETAIL
0
247
10 Noodle Restaurants not to be missed
DETAIL
0
117
Choosing Art for Your Home
0
196
Cool Ideas for Living Room Makeover
เพราะห้องนั่งเล่นในบ้านหลังใหญ่ หรือกระทั่งมุมนั่งเล่นเล็กในคอนโด คือมุมที่มีความหมายมากมายต่อความสุขของทุกคนในบ้าน เป็นพื้นที่สำหรับความสุขและความสบายที่คุณและสมาชิกในบ้านต้องใช้มากที่สุด การปรับโฉมปรุงแต่งห้องนั่งเล่นให้สวยงามดูดีจึงเป็นสิ่งที่คุณสามารถทำได้บ่อย ๆ ดังนั้นเรามีไอเดียง่าย ๆ ที่แสนสนุกสำหรับการแต่งห้องนั่งเล่นหลากสไตล์มาฝากกันค่ะ องค์ประกอบหลัก ๆ ที่กำหนดบรรยากาศให้กับห้องนั่งเล่น และทำให้เกิดสไตล์ต่าง ๆ ได้ไม่รู้จบ ได้แก่ ฉากหลัง (ผนัง ฉากกั้น หรือตู้บานใหญ่) วัสดุปูพื้น (พรม ไม้ หิน ฯลฯ) เฟอร์นิเจอร์ (โซฟา - เก้าอี้ โต๊ะกลาง ตู้) ของแต่งบ้าน (รูปภาพ แจกัน โคมไฟ) และสภาพแสง (ช่องเปิด ผ้าม่าน ไฟในห้อง) เชื่อหรือไม่ว่า การเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทั้ง 5 ส่วนนี้ จะพลิกโฉมเปลี่ยนอารมณ์ของคุณไปได้มากมายจนแทบไม่อยากเชื่อว่าเป็นห้องเดิมที่คุณนั่งอยู่ทุกวัน ห้องนั่งเล่นอารมณ์ชายทะเล – แค่เปลี่ยนสี และผิวสัมผัสของฉากหลังในห้องเป็นสีขาวของไม้เก่า หรือผนังก่ออิฐฉาบปูนขาว ซึ่งไม่ต้องลงทุนทุบผนังก่อใหม่ แต่ติดวอลเปเปอร์ใหม่ในลายไม้ หรือสั่งพรินท์สติ๊กเกอร์สำหรับแต่งผนัง แล้วเปลี่ยนโซฟา หรือแค่เปลี่ยนผ้าหุ้มโซฟาเป็นสีบลู ไม่ต้องลงทุนซื้อใหม่ กับหมอนอิงสีพาสเทล กับโต๊ะกลาง ตู้ โคมไฟสีขาว ปูพื้นให้เป็นลายไม้ แล้วใช้เสื่อหรือพรมทอมือ หาแจกันเซรามิคแบบไวท์แอนด์บลู และแต่งด้วยช่อดอกไม้เท่ ๆ อย่างยิปโซ หรือสแตติซนิดหน่อย คุณก็จะได้ห้องนั่งเล่นอารมณ์ทะเลสุดชิล ห้องนั่งเล่นอารมณ์ทรอปิคัลคันทรี – เปลี่ยนสีของผนังให้เป็นโทนสีส้มอ่อนด้วยการทาสีหรือแค่เปลี่ยนวอลเปเปอร์ ปรับพื้นเป็นดินเผาสีธรรมชาติ เปลี่ยนตู้โต๊ะต่าง ๆ เป็นไม้จริงสีธรรมชาติ หรือจะเปลี่ยนแค่ท็อปด้วยวีเนียร์ลายไม้สวย ๆ เปลี่ยนผ้าหุ้มโซฟาเป็นค็อตตอนหรือสีผ้าดิบที่มีความหยาบแบบเท่ ๆ เช่นเดียวกับผ้าหุ้มโคมไฟที่เป็นผ้าดิบสีธรรมชาติ แจกันดินเผาปักดอกไม้สีสวยสด อย่าลืมแต่งมุมห้อง และระเบียงต่าง ๆ ด้วยกระถางดินที่ปลูกไม้เมืองร้อน อารมณ์ทรอปิคัลก็จะมาเยือนได้ไม่ยาก ห้องนั่งเล่นอารมณ์ผู้ดีอังกฤษโบราณ – อยากจำลองบรรยากาศเก่า ๆ หรูเท่ (ไม่ใช่หรูฟรุ้งฟริ้งแบบหลุยส์) แบบคฤหาสน์ผู้ดีอังกฤษไม่ยากเลย แค่เปลี่ยนโซฟาเป็นแบบ Chesterfield บุหนังสีน้ำตาลเข้ม เปลี่ยนวอลเปเปอร์เป็นสีเข้มมีลวดลายตะวันตกแบบดั้งเดิม หรือจะเป็นสีไม้โอ๊คก็เข้าที โต๊ะหินสีดำหรือไม้โอ๊กสีเข้ม กรอบรูปสีทองรมดำ ใส่ภาพเขียนปราสาททิวทัศน์ยุโรปโบราณ โคมไฟ และของตกแต่งเป็นทองเหลืองขัดเงาวาววับ พื้นเป็นเซรามิคสีเข้ม หรือพื้นไม้แต่งด้วยพรมเนื้อดี หมอนอิงผ้าไหม หรือจะแขวนแชนเดอเลียย้ำความหรู แล้วคุมโทนแสงห้องให้สลัวหน่อย เท่านี้ก็หรูสุดแรง ห้องนั่งเล่นสไตล์ซิกตี้ – ชอบความเก๋แนวซิกตี้...ไม่ใช่เรื่องยาก เริ่มต้นด้วยการเก็บของกระจุกกระจิกแล้วหาตู้ใส่ให้ห้องดูโล่ง เรียบเท่ จากนั้นก็หาเฟอร์นิเจอร์วินเทจยุคซิกตี้มาประดับเป็นไฮไลท์สักสามสี่ชิ้น เช่น เก้าอี้ โต๊ะกลาง โซฟา ในส่วนของโซฟาถ้าคุณไม่อยากจ่ายเยอะเพื่อซื้อใหม่ จะเปลี่ยนแค่ผ้าหุ้มเบาะเป็นสีเทอร์ควอยซ์ หรือเทาอมฟ้าหม่นก็ได้อารมณ์ เปลี่ยนพื้นเป็นไม้ หรือหินเทียมสีน้ำตาลเทาแบบไม่ขัดเงา พรมทอมือลายเรขาคณิตสีพื้น บุผนังและตู้ด้านหลังที่เป็นฉากด้วยวีเนียร์หรือวอลเปเปอร์ลายไม้สีเข้มขรึม หาโคมเพดานแสงสว่างโทนแสงเหลืองแบบที่ปรับแสงให้สลัวได้ และอย่าลืมโคมไฟตั้งพื้นฟอร์มเท่ ๆ ของปี 60 หรือใกล้เคียง ส่วนแจกันดอกไม้ หรือตุ๊กตุ่นตุ๊กตาแต่งห้อง ต้องเก็บให้พ้นสายตา เราต้องการความเรียบที่ดูเหมือนว่า ชีวิตมีแค่นี้ก็พอแล้ว (ขอเท่ไว้ก่อน แม้จริง ๆ จะมีอะไรรกซ่อนอยู่เต็มตู้ข้างหลังก็ไม่ว่ากัน) ห้องนั่งเล่นสีขาว – เป็นได้ทั้งสไตล์ที่จัดการง่ายที่สุด และสามารถจะเป็นสไตล์ที่หรูสุด ๆ ขึ้นอยู่กับวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ที่คุณเลือก แต่ถ้าคิดอะไรไม่ออกจริง ๆ ห้องนั่งเล่นสีขาวก็สวยได้ง่าย และดูมีรสนิยมมากมายโดยไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่เปลี่ยนทุกอย่างเป็นสีขาว โดยไม่ต้องขาวเท่ากันหมด กฎของการใช้สีขาวในการแต่งห้องแบบนี้คือ ต้องเป็นขาวโทนเดียวกัน เช่น ถ้าคุณเล่นโทนขาวอมน้ำตาลเหลือง ๆ เทา ๆ ก็ต้องเล่นโทนนั้นเป็นหลัก จะเอาขาวอมฟ้าไปปนด้วยจะดูประดักประเดิด ส่วนพื้นจะไม่เป็นสีขาวก็ไม่มีใครว่า แต่ก็ต้องพึงระลึกว่า ทุกอย่างต้องเป็นโมโนโทนเข้าไว้ คือคุณจะไล่สีตั้งแต่ขาวจั๊ว ขาวแก่ ขาวเทา เทาอ่อน เทาเข้ม เรื่อยไปจนถึงดำ หรือมีลวดลายบ้าง ก็ไม่ผิดกติกา แต่ห้ามมีสีหลุดธีมเข้าไปเจือปน ยกเว้นจะมีแจกันแก้วปักดอกไม้จริงสีม่วง หรือกระถางหินอ่อนที่ปลูกต้นไม้จริงสีเขียวสดแซมอยู่ตรงมุมนั้นมุมนี้บ้าง อันนี้ไม่ผิดกติกา เห็นไหมคะว่า แค่เปลี่ยนองค์ประกอบแค่ไม่กี่ส่วน คุณก็เปลี่ยนห้องนั่งเล่นได้หลายอารมณ์สมใจปรารถนาแล้ว
0
144
เซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ โครงการ ปาร์ค 19 เรสซิเดนซ์ จัดทำบุญประจำปี เพื่อเสริมสร้างสิริมงคล
เมื่อช่วงเช้าวันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมาเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ โครงการ ปาร์ค 19 เรสซิเดนซ์ ได้จัดทำบุญประจำปี เพื่อเป็นการเสริมสร้างสิริมงคลให้แก่ผู้บริหาร พนักงาน และผู้พักอาศัยทุกท่าน โดยมีคุณสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด พร้อมด้วยพนักงาน เข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ด้วยค่ะ
0
151
BEDROOM ARRANGEMENT FOR YOUR GOOD LUCK & GOOD SLEEP
หากคุณเป็นคนที่ใส่ในเรื่องของโชคลาภ สิริมงคล และการเสริมดวงชะตา คุณย่อมรู้ดีว่า ห้องนอนเป็นส่วนสำคัญของบ้านที่หากจัดได้ถูกหลักความเชื่อแล้ว จะช่วยส่งเสริมดวงชะตา และเพิ่มพูนพลังชีวิตให้อิ่มเอมยิ่งขึ้น ภาพจาก : คอนโดมิเนียม โครงการ ลาวีค สุขุมวิท 57 • การวางเฟอร์นิเจอร์หลัก – สิ่งที่เป็นหลักในห้องนอนคือเตียง คุณอาจปรับเปลี่ยนรูปแบบห้องหรือบ้านที่ซื้อมาไม่ได้มาก แต่สามารถเลือกวางเตียงให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีได้ เตียงนอนควรวางในพื้นที่ปิด ไม่เคลื่อนไหว (ตำแหน่งหยิน) โดยควรวางส่วนหัวเตียงให้ชิดผนังด้านใดด้านหนึ่งของห้องเสมอ และพยายามให้ห่างจากประตูหรือหน้าต่างพอสมควร เนื่องจากมีพลังงาน (หยาง) ผ่านเข้าออกตลอดเวลา โดยเฉพาะประตูทางเข้าหลัก และประตูเข้าห้องน้ำ หากเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ก็สามารถหาบังตามากั้นไม่ให้เปิดแล้วเห็นเตียงโดยตรงก็จะช่วยได้ ภาพจาก : ทาวน์โฮม โครงการ เพล็กซ์ วัชรพล • ส่วนของโครงสร้างหรืออุปกรณ์ – พึงหลีกเลี่ยงโครงสร้างที่มีลักษณะเป็นคานไม่ให้มีแนวพาดผ่านส่วนเตียงนอน หรือทางที่ดี ให้เลี่ยงการวางของหนักหรือของเย็นเหนือเตียง ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างถังเก็บน้ำด้านบน หรือแม้กระทั่งตำแหน่งเครื่องปรับอากาศก็ไม่ควรอยู่เหนือเตียงหรือพัดลมเย็นมาโกรกเตียงเต็ม ๆ เพราะนอกจากจะมีการกดทับที่ทำให้อยู่ไม่เป็นสุขแล้ว พลังเย็นจากน้ำ ความชื้น และลมเย็นจะส่งผลในแง่ลบต่อพลังชีวิต อีกทั้งยังไม่ดีต่อสุขภาพผู้อยู่อาศัย ภาพจาก : บ้านเดี่ยว โครงการ วิรัณยา วงแหวน - อ่อนนุช • ตำแหน่งประตูหน้าต่าง – หลีกเลี่ยงการวางตำแหน่งประตูหน้าต่างที่เปิดทะลุตรงถึงกัน เพราะนอกจากจะเป็นทางผ่านของพลังงานที่เร็วและแรงซึ่งไม่เหมาะกับการใช้ชีวิตอย่างสงบสุขแล้ว ในแง่ของการออกแบบทั่วไปก็ถือว่า ทำให้สูญเสียความเป็นส่วนตัว และอาจมีลมแรงพัดผ่านเข้าออก นำฝุ่นผง เชื้อโรค ยากต่อการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นที่ไม่พึงประสงค์จากอากาศภายนอกเข้ามาอีกด้วย • สีสันของห้องนอน – การเลือกสีสันของสิ่งแวดล้อมที่เหมาะกับราศีเกิดจะช่วยเสริมดวงได้ดี รวมถึงสีที่เหมาะกับธาตุของคุณ แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกสีใดก็ตาม พยายามเลี่ยงโทนสีที่สว่างจ้า หรือสดใสแสบตา ทำให้เกิดความรู้สึกร้อน หรือจัดจ้าเกินไปเหมือนกลางวัน เพราะห้องนอนที่เสริมดวงและเสริมสุขภาพ ควรมีสีสันให้บรรยากาศสงบผ่อนคลาย โดยสีที่มีลักษณะเข้มหรือสร้างความสลัวจะทำให้ห้องนอนมีความเป็นหยินที่นิ่งลึก เหมาะแก่การนอนหลับที่ดีกว่า ภาพจาก : โฮมออฟฟิศ โครงการ คาสเคด บางนา • ของแต่งบ้าน – หากคุณเลือกได้ควรใช้ของแต่งบ้านทุกชิ้นที่ไม่มีเหลี่ยมคมสำหรับห้องนอน เพราะจะทำให้พลังงานที่ดีไหลวนได้คล่องตัว อีกทั้งยังไม่มีส่วนแหลมคมที่ยื่นมาเป็นอันตรายหากคุณต้องลุกเดินไปมาภายใต้ไฟเพียงสลัว ๆ ในยามค่ำคืน และหลีกเลี่ยงของแต่งบ้านที่มีลักษณะ หรือรูปทรงเหมือนหุ่นหรือรูปเสมือนของคนในห้องนอน เพราะเสี่ยงที่จะเป็นจุดแฝงของพลังที่ไม่พึงประสงค์ อาจจะทำให้คุณตกใจเมื่อตื่นมาเห็นตอนดึก ๆ ทำให้จิตตก และพลอยดวงตกไปด้วย • กระจก – หลีกเลี่ยงการวางกระจกเงา หรือใช้วัสดุที่ทำให้เกิดเงาวูบวาบในตำแหน่งปลายเตียงนอน เพราะกระจกเป็นตัวสะท้อนพลังที่ไม่ดี และห้องนอนสลัว ๆ ที่มีเงาไหววูบวาบอาจทำให้ผู้อยู่อาศัยนอนหลับแบบหวาดระแวง จิตใจไม่สงบสบายเท่าที่ควร • ตำแหน่งการวางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ – หลีกเลี่ยงการวางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือรูปเคารพทุกชนิดไว้ฝั่งปลายเท้าหรือปลายเตียง และทางที่ดี แม้แต่หัวเตียงก็อาจไม่ควรวางหากเป็นเตียงนอนของคู่สามีภรรยา ควรวางในส่วนที่อยู่ใกล้กับประตูทางเข้าออก หรือถ้าจำเป็นก็เอาไว้ในทิศเดียวกับหัวเตียง เพื่อจะได้ไม่หันปลายเท้าไปหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ • รูปภาพ – การเลือกรูปภาพมาติดในห้องนอน ควรหลีกเลี่ยงรูปที่มีพลังบวกหรือลบในตัวเองสูง ๆ เช่น รูปบรรพบุรุษ รูปเทวดานางฟ้า หรือรูปเซียนต่าง ๆ ควรเลือกรูปที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและมีพลังที่เป็นบวกในระดับกลาง ๆ เช่น รูปธรรมชาติ ทิวทัศน์ ดอกไม้ใบหญ้า หรือรูปสัตว์ที่เป็นมงคล เช่น ปลา เต่า รูปหงส์ หรือรูปนกที่ให้ความรู้สึกสวยงามอ่อนช้อย พลิ้วไหวนุ่มนวล ชวนฝัน ด้วยเคล็ด(ไม่)ลับ ง่าย ๆ เพียงเท่านี้ ก็จะทำให้คุณมีห้องนอนที่เสริมเพิ่งพลังชีวิตและดวงชะตาให้แจ่มจรัส อีกทั้งยังทำให้คุณนอนหลับในทุกค่ำคืนได้อย่างแสนสุขอีกด้วย
0
107
HOW TO BE A SUCCESSFUL REAL ESTATE INVESTOR
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์กำลังเป็นทางเลือกที่หอมหวานสำหรับคนรุ่นใหม่ เศรษฐีรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยร่ำรวยมาจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เรามาดูกันว่า ขั้นตอนที่นักลงทุนผู้ประสบความสำเร็จทำเหมือน ๆ กันมีอะไรบ้าง 1. วางแผนให้ดีเยี่ยม – ทุกการลงทุนต้องการแผนที่ดี หลายคนพลาดเพียงเพราะมีเงินเย็นเต็มกระเป๋า แต่ดันลงทุนโดยปราศจากการวางแผนที่รัดกุม ทำให้เงินเย็นที่ควรจะงอกเงย กลายเป็นเงินร้อนและหลุดมือไปอย่างน่าเสียดาย การวางแผนลงทุนในอสังหาก็ไม่ต่างกับการวางแผนธุรกิจทั่วไป จึงต้องมีการกำหนดเป้าหมาย วิเคราะห์ความเป็นไปได้ ศึกษาทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง และวางกลยุทธ์อย่างเหมาะสมทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว 2. ศึกษาตลาดอย่างจริงจัง – ตลาดอสังหาริมทรัพย์แต่ละประเภทหรือแต่ละระดับมีเงื่อนไขการลงทุนที่แตกต่างกัน การที่จะเอาชนะตลาดได้ ก็ต้องศึกษารายละเอียดเชิงลึกของตลาดที่ตัวเองลงทุนอยู่ให้เข้าใจทุกองศา จนสามารถคาดเดาทิศทาง และหาโอกาสทำกำไรได้อย่างเป็นรูปธรรม เช่น พฤติกรรมของผู้บริโภค อัตราการเช่า หรือการซื้อขาย อัตราดอกเบี้ย ปัจจัยบวกและลบของตลาดนั้น ๆ 3. ซื่อสัตย์ตลอดกาล – ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนหรือนักธุรกิจประเภทใด เครดิตเป็นเรื่องสำคัญที่สุด โดยเฉพาะเมื่อสินค้าของคุณคืออสังหาริมทรัพย์ที่มีอายุผลิตภัณฑ์ยาวนาน ชื่อเสียงความไว้ใจในผลิตภัณฑ์และตัวผู้ให้เช่าหรือผู้ขายก็ยิ่งต้องมั่นคงยาวนานตามไปด้วย ความซื่อสัตย์อาจไม่นำพากำไรง่าย ๆ มาให้คุณในระยะสั้น แต่จะนำพาความสำเร็จที่ยั่งยืนมาให้อย่างต่อเนื่อง 4. ศึกษาความรู้ให้เชี่ยวชาญเฉพาะทางแบบเจาะลึก – หากคุณเลือกดีแล้วว่า จะลงทุนในตลาดแบบไหน ก็ควรจะศึกษาข้อมูลรายละเอียดในตลาดของคุณแบบเจาะลึกที่สุดไปเลย เช่น คุณมีความสนใจและมีความถนัดในตลาดอสังหาระดับลักชัวรี ก็ควรหาความรู้ระดับลึกให้เกิดเป็นความเชี่ยวชาญ เช่น รู้ว่าแหล่งลูกค้าจะมาจากที่ไหน การตัดสินใจขึ้นอยู่กับปัจจัยใด มีช่องทางที่จะรู้ได้ก่อนใครเมื่อมีโครงการที่น่าลงทุนเข้ามาในตลาด รู้ทำเลศักยภาพในอนาคต รู้วิธีสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินทรัพย์ที่คุณลงทุน และรู้ระเบียบกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง 5. แบ่งผลตอบแทนที่เหมาะสมให้กับผู้ที่นำประโยชน์มาให้ หรือผู้ที่ช่วยแนะนำ – ในการลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อขายหรือปล่อยเช่า แม้จะมีช่องทางอิเลคโทรนิคส์ที่ทันสมัยในการนำเสนอสินค้าของคุณเข้าสู่ตลาด มีช่องทางไฮเทคมากมายที่คุณจะได้รับแจ้งว่า มีโครงการใหม่ ๆ ทำเลใดที่น่าลงทุนเพิ่ม แต่ช่องทางของการมีบุคคล (ที่น่าเชื่อถือ) มาแนะนำหรือบอกต่อแบบปากต่อปากนั้นก็ยังมีศักยภาพสูงสุดเสมอ และคุณก็ไม่ควรมองข้ามการให้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่นำผลกำไรดี ๆ มาให้คุณ และมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด 6. ศึกษาหาความรู้ไม่หยุดนิ่ง – นักลงทุนที่ฉลาดต้องติดตามข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมกับสินทรัพย์ที่ลงทุนอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ แนวโน้มหรือปัจจัยต่าง ๆ ที่เป็นพื้นฐานของธุรกิจ เพื่อให้พร้อมปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบหรือทิศทางเศรษฐกิจตลอดเวลา รวมถึงความรู้ในแง่ที่เกี่ยวกับรสนิยม ความชอบที่เปลี่ยนไป หรือปัจจัยในการตัดสินใจบริโภคของลูกค้า 7. เข้าใจความเสี่ยงที่ต้องรับมือ – โดยทั่วไปถ้าคุณลงทุนในหุ้นหรือกองทุน ก็จะมีคำเตือนให้ระวังความเสี่ยง แต่ไม่มีคำเตือนสำหรับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ทั้งที่ความจริงก็มีความเสี่ยงมากมายพอกัน หากคุณคิดจะลงทุนในอสังหา คุณก็ต้องศึกษาให้ดีว่า อสังหาโดยรวม และอสังหาที่คุณซื้อเพื่อปล่อยขายหรือเช่านั้น จะมีความเสี่ยงใดบ้าง หากประเมินแล้วว่า เป็นความเสี่ยงที่คุณรับได้ และมีแผนที่ดีในการรับมือกับความเสี่ยงนั้น ก็ลุยได้เต็มที่ แต่ถ้าลงทุนเพราะซื้อตามเพื่อน ไม่ได้คิดอะไรมาก คุณอาจต้องช็อคกับความเสี่ยงในแบบที่คุณไม่ได้คิดไว้เหมือนกัน 8. มีระบบบัญชีที่ดีเยี่ยม – มีหลายคนในโลกนี้ที่ขายอะไรได้เยอะแยะ มีเงินผ่านมือมากมาย แต่พอวัดระดับความมั่งคั่งหรือดูผลประกอบการกันจริง ๆ แล้วปรากฎว่า ไม่ยักรวย เพราะไม่ได้มีระบบบัญชีและการเงินที่รัดกุม ถ้าคุณเริ่มต้นจะเป็นนักลงทุนอสังหาระดับเล็ก ๆ ก็ต้องรู้จักศึกษาข้อมูลเรื่องบัญชี - การเงินให้เข้าใจด้วยตัวเอง เพราะมีรายการค่าใช้จ่ายมากมายที่คุณไม่เข้าใจแฝงอยู่และทำให้เงินได้ที่คุณคิดว่าควรจะเป็นกำไรเยอะแยะนั้นเหลือแค่นิดเดียว เช่น ค่าเสื่อม ค่าส่วนกลาง ค่าธรรมเนียม ค่าซ่อมแซม ภาษี รวมไปถึงค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่น ๆ และถ้าพอร์ตของคุณโตมาก ๆ จนต้องหาผู้ช่วยเก่ง ๆ มาดูบัญชีหลังบ้าน ก็อย่าลืมบวกค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไปในต้นทุนของคุณด้วย 9. ใช้ทีมงานหรือผู้ช่วยระดับมืออาชีพ – การลงทุนในอสังหาดูเผิน ๆ เหมือนเป็นเรื่องง่าย หลายคนคิดแค่ดูว่ามีโครงการไหนดี ก็รีบไปซื้อไปจองแล้วก็มาประกาศปล่อยขาย - เช่าในราคาสูงกว่าที่ซื้อมา ทำกำไรสบาย ๆ ไม่เห็นต้องพึ่งใคร แต่ในความเป็นจริง มีรายละเอียดหลายขั้นตอนที่ต้องให้มืออาชีพมาดูแล เช่น ตัวแทนขาย นักกฎหมาย ผู้ออกแบบหรือผู้รับเหมาในกรณีที่คุณต้องปรับปรุงหรือตกแต่งสถานที่ วิธีที่ดีที่สุดที่จะไม่ปวดหัวคือการใช้ผู้ที่มีความสามารถจริง ๆ และคุณควรบวกค่าความสามารถที่เหมาะสมนั้นลงไปในต้นทุนของคุณด้วย 10. สร้างเครือข่ายพันธมิตรที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน – ก๊วนหรือเครือข่ายเป็นสิ่งสำคัญ แม้แต่นักธุรกิจที่ขายของเหมือนกันก็ยังต้องมาจับมือเป็นสมาคมเพื่อเกื้อกูลกัน นักลงทุนอสังหาอย่างคุณก็ต้องการก๊วนพันธมิตรดี ๆ ที่คอยช่วยกันในการพัฒนาความรู้และสนับสนุน เครือข่ายที่ดีไม่เพียงแบ่งปันความรู้ที่ดีแต่ยังอาจช่วยชี้นำทิศที่ดีให้กับคุณได้ด้วย เช่น รู้ว่าทำเลใดมีโอกาส รู้ทันปัจจัยเสี่ยง ฯลฯ หากคุณคิดจะเริ่มลงทุนในอสังหา ไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ ก็พิจารณาลองทำตามขั้นตอนเหล่านี้ดู แล้วจะพบว่า ความสำเร็จนั้นไม่ใช่เรื่องเหลือเชื่อ
0
247
10 Noodle Restaurants not to be missed
1. เต็งไต๋ใช้ฮวด - สถานีรถไฟฟ้าบางจาก (ซอยสุขุมวิท 62/2) - สุดยอดของความเก๋าระดับตำนานที่สืบสานความอร่อยมาร่วม 80 ปี ตั้งแต่รุ่นอาม่ามาจนถึงรุ่นอาหมวย ที่มีความเด็ดอยู่ที่ลูกชิ้นปลา ฮื่อก้วย ลูกชิ้นกุ้ง ที่ทางร้านทำเองทั้งหมด ไม่ว่าจะสั่งจานเส้นเมนูไหนๆ ก็อร่อยเลิศ ก๋วยเตี๋ยวน้ำ - แห้ง เกี๊ยว เย็นตาโฟ - ต้มยำ และจานเด็ดอื่น ๆ ให้เลือกอีกมากมาย และมีน้ำสมุนไพรทำเองให้เลือกจิบเย็น ๆ แสนชื่นใจ ราคาอาหารแต่ละเมนูก็แสนคุ้ม เฉลี่ยเมนูละประมาณ 50 - 90 บาทเท่านั้น การเดินทาง : เดินทางสะดวกมากถ้ามาด้วย BTS ก็ลงสถานีบางจากฝั่งซอยเลขคู่ หากขับรถมาลงทางด่วน สุขุมวิท 62 ขับมาถึงปากซอยเลี้ยวซ้าย สามารถจอดรถได้ที่ปั๊มเชลล์รับบัตรและมาปั๊มบัตรในร้านได้ เปิดบริการ : ตั้งแต่ 8.00 - 17.00 น. ทุกวัน จันทร์ - ศุกร์ หยุดวันอังคารสัปดาห์ที่ 2 และสัปดาห์ที่ 4 ของทุกเดือน เบอร์โทร : 02 - 311 - 7195 2. วัฒนาพานิชก๋วยเตี๋ยวเนื้อ - เอกมัยซอย 18 - อีกหนึ่งร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อในตำนานแห่งย่านเอกมัย ที่เปิดมาเกือบ 50 ปี ตั้งแต่รุ่นอากงผ่านรุ่นเตี่ยมาสู่รุ่นอาเฮียมาดเท่ ความเจ๋งมีอยู่ในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นเนื้อ เอ็น เครื่องใน เครื่องปรุงสูตรต้นตำรับ ที่เคี่ยวตุ๋นด้วยความตั้งใจจนได้ส่วนผสมน้ำซุปที่เข้มข้น และรสชาติของเนื้อตุ๋นที่นุ่มลิ้น เอ็นกรุบๆ ลูกชิ้นแสนอร่อย ใครที่ชอบเครื่องในก็จัดเต็มได้เลย เขาเคี่ยวไว้หม้อเบ้อเริ่มให้คนรักเนื้อได้ชิมกันแบบสะใจ ราคาก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่เป็นเมนูเด่นเริ่มต้นที่ 100 บาท อาจดูเหมือนแพงกว่าร้านก๋วยเตี๋ยวตึกแถวทั่วไป แต่ถ้าได้ชิมแล้วบอกเลยว่าคุ้มมากๆ การเดินทาง : ถ้ามาด้วยรถไฟฟ้าก็ลงสถานีเอกมัยฝั่งเลขคี่แล้วเรียกแท็กซี่มาลงที่ปากซอยเอกมัย 18 ถ้าขับรถมาเองก็จอดรถที่ฝั่งตรงข้ามร้านได้เลย คิดค่าจอดรถแบบเหมาจ่าย 40 บาท เบอร์โทร : 02 - 391 - 7264 3. ก๋วยเตี๋ยวหมูรุ่งเรือง - ซอยสุขุมวิท 26 (ซอยอารี) - ใครเป็นนักเลงกินเส้นตัวจริงต้องไม่พลาดร้านก๋วยเตี๋ยวหมูซอยอารี ที่มีชื่อจริง ๆ ว่า ร้านรุ่งเรือง อยู่ยงคงกระพันในทำเลสุดไฮโซ ย่านสุขุมวิทต้น ๆ มานานกว่า 50 ปี ด้วยความสุดยอดของสารพัดเส้น หมูสับ และลูกชิ้นสูตรเด็ดที่ทางร้านทำเอง อร่อยเน้น ๆ ทั้งน้ำใส ต้มยำ ที่มากับ ลูกชิ้นปลา ฮื่อก้วย หมูชิ้น หมูสับ ตับ ไส้ หัวใจ ไม่มีกลิ่นคาว พริกป่นและถั่วที่คั่วเอง สะอาดปลอดภัย และถ้าจะให้อร่อยต้องสั่งหนังปลากรอบมากินคู่กันจึงจะครบสูตร ร้านนี้ขายถูกมากแค่ชามละ 50 - 70 บาท แทบจะกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของร้านอาหารย่านสุขุมวิทตอนต้นไปแล้วที่ยังคงขายราคานี้ได้ ถ้ามาช่วงเที่ยงคนก็จะแน่นมาก การเดินทาง : หากตั้งใจมาชิมแบบไม่เหนื่อยรถติดและหาที่จอดยาก แนะนำให้มารถไฟฟ้าลงสถานีพร้อมพงษ์แล้วต่อแท็กซี่หรือมอเตอร์ไซค์เข้าซอย 26 มาหน่อยเดียว แต่ถ้าขับรถมาก็มีที่จอดรถแบบเหมาจ่าย 40 บาท อยู่ซ้ายมือก่อนถึงร้านประมาณ 50 เมตร เบอร์โทร : 02 - 258 - 6746 4. เฮงเฮงเนื้อตุ๋น – ซอยสุขุมวิท 89 - แม้จะเป็นร้านตึกแถวเล็ก ๆ ริมถนน มีแค่ไม่กี่ที่นั่ง แต่ความอร่อยของเนื้อตุ๋นที่ตั้งมากว่า 20 ปีร้านนี้ได้รับการันตีระดับเปิบพิสดารโดยแม่ช้อยนางรำ ด้วยความลื่นหนึบหนับของเอ็นตุ๋นเป็นแก้วใสเคี้ยวเพลิน ลูกชิ้นกรุบ ๆ กับเนื้อสดเนื้อเปื่อยที่แสนอร่อยนุ่มลิ้นเต็มปากเต็มคำ น้ำซุบสูตรเฉพาะที่เข้มข้นแต่คล่องคอ สามารถอิ่มอร่อยได้ทั้งแบบใส่เส้นและเกาเหลา แถมในร้านยังมีข้าวขาหมูสูตรโบราณให้เติมเต็มความสุขให้แบบจัดหนัก ในราคาสบาย ๆ แค่ 50 - 80 บาทเท่านั้น ใครจะสั่งลูกชิ้นไปเคี้ยวเล่นที่บ้านเขาก็มีขาย การเดินทาง : ร้านนี้ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิทใกล้ปากซอย 89 เยื้อง 7 - 11 ถ้าขับรถมาเองก็สามารถจอดรถริมถนนในซอย 89 ได้ หรือจะเข้าไปขอจอดที่ลานของอพาร์ทเม้นท์ข้างหลังร้านเขาก็ไม่ว่า (หากจอดไม่นานเกินไป) แต่จะให้ดีแนะนำว่านั่งรถไฟฟ้ามาลงสถานีอ่อนนุช แล้วนั่งแท็กซี่ / มอเตอร์ไซค์ / รถเมล์ หรือเดิน (ถ้าร้อนก็กางร่มเอา) ต่อมาแค่สองป้ายรถเมล์ก็จะสะดวกกว่ามาก เบอร์โทร : 086 - 302 - 7686 5. ก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นร้านอร่อย - ซอยสุขุมวิท 93 - ใครชอบเป็ดตุ๋นสูตรต้นตำรับต้องมาร้านนี้ เขาเปิดมานานกว่า 20 ปี ด้วยความพิเศษของน้ำซุปเป็ดตุ๋นที่มีรสชาติกลมกล่อม ซดคล่องคอ มีเนื้อเป็ดตุ๋นส่วนน่องสะโพกชิ้นงาม ๆ วางมาบนเส้น เคี้ยวนุ่มหนับ หอมอร่อย ชนิดที่กินแล้วจะต้องติดใจ แม้จะไม่มีแอร์แต่คนก็เต็มร้านตลอดเพราะนอกจากจะอร่อยแล้วราคายังกันเองมากๆ แค่ชามละ 50 บาทเท่านั้น สั่งชามเดียวก็อิ่มกำลังดีไม่ต้องเบิ้ล แต่ถ้าจะสั่งบะหมี่แล้วตบด้วยข้าวหน้าเป็ดตามด้วยโอเลี้ยงหรือชาดำเย็นสูตรโบราณก็จะดีไปอีกแบบ การเดินทาง : ง่ายที่สุดคือรถไฟฟ้ามาลงสถานีบางจากแล้วเดินมาที่ปากซอย 93 ติด 7-11 แต่ถ้าขับรถมาเองก็ไปจอดเสียเงินที่ตึกจอดของอพาร์ทเม้นท์ในซอย 93 ค่าจอดรถคิดชั่วโมงละ 20 บาท ก็สะดวกดี เปิดบริการ : 6.00 - 20.00 น. 6. ลูกชิ้นอนามัย – ซอยสุขุมวิท 62/1 - อีกหนึ่งความอร่อยเด้งดึ๋งระดับตำนานของลูกชิ้นน้ำใส ที่เปิดมานานกว่า 20 ปี ใครผ่านมาย่านบางจากถ้าคิดถึงก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำใสก็ต้องแวะร้านนี้ ด้วยความอร่อยเฉียบขาดของลูกชิ้นสูตรทำเอง ที่มีให้เลือกทั้งลูกชิ้นหมูและลูกชิ้นเนื้อ เคี้ยวกรุบๆ เส้นนุ่มๆ น้ำซุปหวานอร่อยคล่องคอ หรือจะสั่งลูกชิ้นปิ้งจิ้มน้ำจิ้มสูตรเด็ดมากินแกล้มด้วยก็จะได้ความเพลิดเพลินถึงอกถึงใจ ก๋วยเตี๋ยวร้านนี้สั่งได้ไม่อั้นเพราะสนนราคาเบาๆ แค่ชามละ 45-50 บาท เท่านั้น การเดินทาง : ร้านนี้อยู่ริมถนนสุขุมวิท ฝั่งตรงข้ามธนาคารกสิกรไทย ร้านอยู่ใกล้ซอย 62/1 ติดปากทางเข้าหมู่บ้านเรืองสิริ ถ้าขับรถมาเองก็จอดรถได้ริมถนนในหมู่บ้าน หรือจะขับเลยร้านมานิดนึงแล้วไปจอดที่ปั๊ม ปตท. แล้วเดินย้อนมาหน่อยก็ได้ เบอร์โทร : 02 - 311 - 3002 7. ก๋วยเตี๋ยวเรือจี่หอย – เวิ้งโบราณ เอกมัยซอย 10 - เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเรือรสชาติเข้มข้นที่มีการปรับโฉมและวัตถุดิบให้ดูหรูหราทันสมัยขึ้นด้วยเนื้อตุ๋น เอ็นตุ๋นชิ้นโต ๆ ลูกชิ้นเติบ ๆ เคี้ยวอร่อยเต็มปากเต็มคำ น้ำซุปแบบข้น หอมหวาน รสจัดจ้าน แซบลิ้นถึงอดถึงใจ เหมาะสำหรับคนชอบรสจัด บรรยากาศสบาย มีทั้งแบบกลางแจ้งและห้องแอร์ ตกแต่งเก๋ไก๋ มากินได้ทั้งวัน เหมาะสำหรับมากินยามดึกเพราะเป็นร้านที่เปิดโต้รุ่ง นอกจากก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆแล้วยังมีเมนูอร่อยเด็ดอีกมากมายที่ชิมแล้วน่าจะชอบ เพราะรสชาติโดยรวมถือว่าดีเยี่ยม สนนราคาโดยเฉลี่ยของเมนูต่าง ๆ ประมาณ 60 - 150 บาท การเดินทาง : สะดวก มีที่จอดรถร่ม ๆ ไว้บริการ ขับมาถึงเอกมัยซอยสิบเจอเวิ้งโบราณ ก็เลี้ยวเข้ามาจอดได้เลย รับบัตรจอดรถแล้วมาปั๊มที่ร้าน 4 ชม. ในอัตรา 10 บาท แต่ถ้าลืมปั๊มก็จ่ายชม.ละ 50 บาท ถ้านั่งรถไฟฟ้าก็มาลงสถานีเอกมัยแล้วต่อแท็กซี่ราว 5 - 10 นาที เบอร์โทร : 093 - 663 - 6146 8. ก๋วยเตี๋ยวหมูเทวดาสูตรโบราณ – สุขุมวิท 105 - เป็นอีกหนึ่งร้านที่หลายคนสงสัยว่า หน้าตาก็บ้าน ๆ แอร์ก็ไม่มี บางทีอากาศร้อนตับแลบแต่ทำไมคนถึงแน่นขนัดตลอดเวลาที่เปิดขาย แถมยังมีป้ายเชลล์ชวนชิม ต้องไปลองเองถึงได้คำตอบว่า เป็นเพราะความอร่อยของก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ แบบถึงเครื่อง ทั้งเนื้อหมู เครื่องใน ลูกชิ้น จัดเต็มด้วยเครื่องสูตรต้มยำเข้มข้น เมนูเขามีหลากหลาย แต่ที่ใคร ๆ ก็ต้องสั่งคือ เกี๊ยวหมูต้มยำเทวดา ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น และระหว่างรอก็มีอาหารเรียกน้ำย่อยรสเด็ดอย่าง เกี๊ยวหมูทอด ลูกชิ้น ให้เคี้ยวเล่นก่อนพอเพลิน ๆ และหากอิ่มกับก๋วยเตี๋ยวรสสุดแซบแล้ว ก็อย่าลืมตบด้วยขนมหวานดั้งเดิมคือขนมถ้วยเป็นการล้างปาก นอกจากนี้ ในร้านยังมีขายข้างแกง สะเต๊ะ และป่อเปี๊ยะสด ให้เลือกชิมอีกด้วย ราคาเฉลี่ย 50 - 90 บาท การเดินทาง : ย่านนี้เหมาะที่จะเดินทางไปด้วยรถยนต์ อยู่ในย่านถนนศรีนครินทร์ ถึงแยกลาซาล ให้เลี้ยวซ้ายตรงทางไปโรงพยาบาลศิครินทร์ ร้านจะอยู่ซ้ายมือก่อนถึงโรงพยาบาล ถ้าเห็นป้ายร้านแล้วก็หาที่จอดริมถนนได้เลยทั้งสองฝั่ง 9. ร้านก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำตำลึง นายเอก - สาขา 55 ลาซาล - แบริ่ง ตัดใหม่ - แม้จะเป็นก๋วยเตี๋ยวที่เปิดแฟรนไชส์หลายสาขา แต่รสชาติความอร่อยและคุณภาพก็ไม่ใช่ระดับดาด ๆ เพราะเป็นก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำตำลึงที่มีสูตรน้ำซุปอร่อยเป็นที่กล่าวขาน และถึงเครื่องถึงรสจริง ๆ เมนูก็หลากหลาย ด้วยน้ำซุปสูตรต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น กระดูกเล้งต้มแซบ กระดูกอ่อนต้มแซบ เครื่องในต้มแซบ รวมแซบเครื่องใน ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกสั่งมาในรูปแบบพร้อมเส้นเป็นก๋วยเตี๋ยวสูตรต่าง ๆ รวมถึงเย็นตาโฟ โดยเฉพาะก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำตำลึงที่เป็นเมนูเด่นของร้าน ซึ่งเพิ่มความอร่อยด้วยเกี๊ยวหอม ๆ กรอบ ๆ หรือจะสั่งมากินเป็นเกาเหลากับข้าวเปล่าก็ตามชอบใจ อิ่มจากอาหารจานหลักแล้วก็มีของหวานล้างปาก อย่างกล้วยไข่เชื่อม หรือจะตบด้วยโอเลี้ยงก็คลายร้อนได้ดี ตกแต่งร้านเป็นเอกลักษณ์ในสไตล์ไม้เก่าย้อมสีเห็นปุ๊บก็จำได้ทันที การเดินทาง : ร้านนี้มีหลายสาขาส่วนใหญ่จะอยู่ตามริมถนนใหญ่ย่านชานเมือง ถ้าเป็นร้านในเมืองหน่อยก็ต้องเป็นสาขา 55 ลาซาล - แบริ่ง ตัดใหม่ อยู่ตรงปากทางแยกถนนตัดใหม่พอดี ขับรถไปเองจะสะดวกที่สุด และหาที่จอดริมถนนแถวนั้นได้เลย เบอร์โทร : 085 - 890 - 7890 10. ก๋วยเตี๋ยวชายคลอง – สุขสวัสดิ์ 66 - ร้านนี้เป็นก๋วยเตี๋ยวอารมณ์ศิลป์ในบรรยากาศสุนทรีย์ที่เจ้าของร้านทำด้วยใจรักจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหารหรือบรรยากาศสถานที่ ซึ่งใครที่มาครั้งแรกก็สามารถสัมผัสได้ถึงความสุขของคนทำ มีทั้งก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำตก ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น เย็นตาโฟทะเลลึก ฯลฯ ซึ่งเป็นความแตกต่างจากร้านก๋วยเตี๋ยวทั่วไปที่จะมีขายเพียงแบบใดแบบหนึ่ง แต่ที่ร้านนี้พยายามรวมก๋วยเตี๋ยวทุกประเภทเอาไว้ในเมนู เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีรายการอาหารกินเล่นและจานหลักที่อร่อยจริงจังอีกมากมาย ใช้วัตถุดิบดี เจ้าของร้านทำมาให้กินเหมือนเรามาเที่ยวบ้านเพื่อนหรือญาติสนิท นั่งหย่อนใจรับลมสบาย ๆ ริมชายคลอง ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใบหญ้าที่เจ้าของจัดเองปลูกเองทุกจุด ราคาเฉลี่ยก็ถูกแสนถูก แค่ 40 - 60 บาท เกือบทุกเมนู สั่งได้สบายใจ การเดินทาง : ต้องใช้รถส่วนตัวเท่านั้น เพราะไม่ได้อยู่ใจกลางเมือง ขับรถตรงเข้าไปในซอยสุขสวัสดิ์ 66 เรื่อย ๆ จนกระทั่งมองเห็นป้ายร้านอยู่ตรงขวามือก็เลี้ยวเข้าไปเลย ที่จอดรถสะดวกสบาย เบอร์โทร : 088 - 195 - 1596
0
117
Choosing Art for Your Home
โดยทั่วไปแล้วการแต่งบ้านด้วยงานศิลปะเป็นเรื่องของรสนิยมความชอบส่วนบุคคลล้วน ๆ แต่หากคุณต้องการเลือกสรรงานศิลป์ชิ้นเอกมาประดับตกแต่งบ้าน ให้มีทั้งความสวยงามจรรโลงใจ ได้เพิ่มมูลค่าและคุณค่าให้กับพื้นที่จัดวาง และได้ทั้งชิ้นงานศิลปะที่มูลค่าเพิ่มในตัวเอง นอกเหนือจากเรื่องรสนิยมแล้วก็ต้องมีความรู้มาประกอบด้วย 1. ความชอบและสัญชาตญาณ – ไม่ว่าคุณจะมีเงินมากหรือน้อย การมีสติเตือนตนเสมอว่า เลือกชิ้นงานที่คุณชอบจริง ๆ ในงบประมาณที่คุณซื้อได้คือสิ่งที่ดีที่สุด ถ้าคุณเจองานศิลป์บางชิ้นที่ชอบมากแต่เกินงบ คุณควรยอมเสียเวลาหาชิ้นที่คุณชอบพอๆกันในงบที่คุณที่ซื้อได้ แทนการเลือกงานราคาถูก ๆ ที่คุณซื้อได้ แต่ไม่ชอบมาก หรือซื้อตามที่คนอื่นบอกว่าดีแต่คุณไม่ได้ชอบมันจริง ๆ เพราะถ้าคุณลงทุนกับการซื้อศิลปะที่คุณไม่ได้รับความพึงพอใจ คุณก็ ‘ขาดทุน’ ทันทีที่ซื้อ จงเลือกด้วยอารมณ์ สัญชาตญาณ แต่ต่อรองราคาด้วยสมอง อย่าเลือกด้วยสมองและต่อรองราคาด้วยอารมณ์ 2. สเกลที่ใช่ – พยายามเลือกสเกลงานที่เหมาะกับขนาดที่ติดตั้งในบ้านของคุณ บ่อยครั้งที่ความงามของงานศิลปะแต่ละชิ้นขึ้นอยู่กับระยะของการมองเห็นหรือชื่นชม งานบางชิ้นเป็นงานสเกลใหญ่ต้องการพื้นที่กว้างหรือเพดานที่สูงเป็นพิเศษเพื่อการติดตั้งและชมจากระยะไกล หากนำมาติดตั้งในพื้นที่เล็กจะดูไม่สวยงามเท่าที่ควร และในทางกลับกัน งานสเกลเล็กที่มีรายละเอียดเหมาะสำหรับชมในระยะใกล้ ก็ย่อมไม่เหมาะกับพื้นที่ขนาดใหญ่เกินไป ก่อนจะเทใจให้กับงานศิลป์ชิ้นใดอย่าลืมถามใจดูก่อนว่ามีที่วางหรือเปล่า เว้นแต่คุณจะสามารถซื้อบ้านหลังใหม่ได้เพื่อติดงานที่ชอบ ก็ไม่ว่ากัน 3. สไตล์ที่ลงตัว – ความเข้ากันได้เป็นเหตุผลหนึ่งของความงาม ซึ่งความเข้ากันได้นี้อาจจะมาจากความขัดแย้งหรือกลมกลืนก็แล้วแต่รสนิยมของผู้เลือกและผู้ชม แต่ทางที่ดี ก็ควรเลือกชิ้นงานที่มีสีสัน รูปแบบ และสไตล์ เข้ากับลักษณะของบ้านหรือพื้นที่ติดตั้งเอาไว้เป็นพื้นฐาน เว้นเสียแต่ว่า คุณจะหลงใหลในงานชิ้นนั้นมาก และรู้สึกว่าวางยังไงก็ลงตัว ก็เป็นความสุขของคุณ เพราะเป็นบ้านคุณเอง ใครจะว่าอย่างไรได้ 4. อุปกรณ์เสริมเพิ่มคุณค่า – งานศิลปะบางชิ้นจะมีความสมบูรณ์แบบเมื่อมาพร้อมกรอบและอุปกรณ์สำหรับการติดตั้งที่เข้ากันได้ดีเท่านั้น จึงให้ความสำคัญกับการเลือกรูปแบบกรอบ (สำหรับงานจิตรกรรม) และเทคนิคการติดตั้ง (สำหรับงานประติมากรรม) ที่ส่งเสริมคุณค่าของงานและเข้ากับบ้านด้วย 5. ของแท้ดีที่สุด – หากคุณไม่ได้ตั้งใจซื้องานที่ผลิตซ้ำของศิลปินดัง ๆ ระดับโลก มาจำลองไว้ในบ้านด้วยความตั้งใจจะระลึกถึงศิลปินที่คุณชื่นชอบ (โดยรู้ดีอยู่แล้วว่าเป็นของจำลองหรือเลียนแบบ) ในการซื้อศิลปะมาชื่นชมหรือลงทุนไม่ว่ากรณีใด ๆ ต้องเลือกซื้อเฉพาะงานที่เป็นของแท้ หรือ Limited Edition เท่านั้น จึงจะถือว่าสมบูรณ์ทั้งคุณค่าและมูลค่า เพราะนอกจากคุณจะได้ดื่มด่ำกับความออริจินัลของชิ้นงานแล้ว การเก็บงานศิลป์ที่เป็นของแท้ผ่านระยะเวลาไปนาน ๆ จะเพิ่มมูลค่าในตัวเอง ในขณะที่ของปลอมนั้นไม่มีราคา 6. เลือกศิลปิน – ถ้าคุณตั้งใจจะสะสมงานศิลปะที่มีคุณค่าทางจิตใจและมูลค่าไปพร้อมๆกับการตกแต่งบ้าน ควรศึกษาข้อมูลของศิลปินที่คุณชอบให้ละเอียด แล้วติดตามซื้องานเด่น ๆ ของศิลปินคนนั้น จะทำให้ทุกชิ้นงานของคุณมีเรื่องราวของผู้สร้างสรรค์การันตีอยู่เบื้องหลัง แม้จะเป็นศิลปินไม่ดังก็ไม่เป็นไร 7. มองหาช้างเผือกและเพชรในตม – แหล่งหาซื้องานศิลปะชิ้นงานในราคาไม่แพง และมีโอกาสจะเพิ่มมูลค่าในระยะยาวได้มากคือแหล่งผลิตงานของบรรดาศิลปินรุ่นใหม่ จากการเยี่ยมชมสถาบันการศึกษาด้านศิลปะและซื้องานของศิลปินที่มีผลงานโดดเด่นแม้จะยังไม่มีชื่อเสียงนัก โดยนอกจากจะเลือกคนที่ทำงานในแบบที่เราชอบแล้ว ก็เลือกคนที่มีผลงานต่อเนื่องสม่ำเสมอ และมีพลังในการสร้างสรรค์ชัดเจนซึ่งดูไม่ยาก หรือถ้าไปซื้องานนักศึกษาก็ถามอาจารย์ผู้สอนก็ได้ ว่าคนไหนที่ฝีมือดีเป็นพิเศษ 8. ล่ารางวัล – ถ้าคุณเป็นทั้งคนรักศิลปะและนักลงทุนในศิลปะ การติดตามข่าวสารการประกวดและซื้องานที่ได้รางวัล นอกจากคุณจะมีโอกาสสูงในการได้เป็นเจ้าของงานชิ้นเอกจากศิลปินเก่ง ๆ อนาคตไกลแล้ว งานของศิลปินเหล่านั้นจะมีโอกาสในการเพิ่มมูลค่าจากชื่อเสียงและรางวัลจากการประกวดสำคัญ ๆ และถ้าศิลปินประคองชื่อเสียงได้ดีจนถึงบั้นปลายของชีวิต เมื่อศิลปินจากไปแล้วงานนั้นก็จะยิ่งเพิ่มค่าอีกหลายเท่า 9. หาให้ถูกแหล่ง จะได้ของดีราคาดี – งานศิลปะชั้นดีไม่จำเป็นต้องมีราคาสูงลิบลิ่วเสมอไปหากซื้อได้ถูกที่ การเลือกซื้อจากศิลปินโดยตรงจะช่วยลดค่าใช้จ่ายของแนวหน้าหรือแกลเลอรี แต่ถ้าคุณไม่รู้จักศิลปินโดยตรง ก็ควรเลือกจากแหล่งค้างานศิลปะที่เชื่อถือได้ว่าเป็นร้านที่ขายชิ้นงานของแท้ รวมถึงการไปประมูลหรือซื้อในงานนิทรรศการ ด้วยเทคนิคที่ว่ามานี้ คงจะทำให้คุณมั่นใจมากขึ้น กับการเลือกสรรงานศิลปะสวย ๆ มาตกแต่งบ้านและสะสมในฐานะที่เป็นการลงทุนระยะยาวที่มีรสนิยมและมีผลตอบแทนน่าสนใจอย่างหนึ่ง
<<
<
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
>
>>
เงินผ่อน
เงินกู้
บาท
ปี
%
คำนวณ
เริ่มใหม่
อัตราผ่อนต่อเดือน
บาท
บาท
ปี
%
การคำนวณนี้เป็นการประมาณยอดเงินกู้ได้สูงสุด 35% ของรายได้สุทธิ*
คำนวณ
เริ่มใหม่
อัตราผ่อนต่อเดือน
บาท
เงินกู้
บาท
Real Asset Application